วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในประเทศไทย

   แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในสังคมไทย  มีอยู่หลายแนวทาง  แต่มีเป้าหมายในการนำชุมชนไปสู่การพึ่งตนเอง  ทั้งแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  ทฤษฏีใหม่  วิสาหกิจชุมชน และอื่นๆ  ซึ่งจะได้นำเสนอแต่ละแนวคิดพอสังเขปดังนี้ 
   เศรษฐกิจชุมชน  แนวคิดที่ว่าชุมชนมีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ  ร่วมทำ  ร่วมรับผลประโยชน์ ในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ  ทั้งด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการ  ทั้งในด้านการผลิต  การบริโภค  จากการใช้   ทุนของชุมชน” 
   เศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง  ใช้แนวคิดของพุทธศาสนา ตนนั้นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”  แนวคิดนี้เห็นว่าฐานที่สำคัญที่สุดของคนคือ  คนจำเป็นต้องกิน  ต้องบริโภค  ดังนั้นการผลิตจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญที่สุดของคน  การค้า และการตลาด มีความสำคัญรองลงมา  เพราะฉะนั้น  ก่อนอื่น  ต้องให้ชุมชนหรือเกษตรกรผู้ผลิตพึ่งตนเองให้ได้ ชุมชนต้องพึ่งพาตนเองให้ได้  และในท้ายที่สุด สังคมและประเทศจึงจะพึ่งตนเองได้  ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพภูมิศาสตร์ และทรัพยากรของท้องถิ่นควบคู่ไปกับการพึ่งตนเอง 
แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการค้า  หากเกษตรกรสามารถทำการผลิตข้าว ปลา อาหาร ไว้กินในครอบครัวได้อย่างพอเพียง  เกษตรกรจะเป็นฝ่ายกำหนดตลาดได้ว่าจะนำผลผลิตส่วนที่เหลือไปสู่ตลาดเมื่อไหร่ และสามารถกำหนดราคาเองได้ ชุมชนเป็นเจ้าของและดำเนินการเอง  ผลผลิตมาจากกระบวนการชุมชน  ริเริ่มสร้างสรรค์จากชุมชน  ฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น+สากล  เชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ (บูรณาการ)  กระบวนการเรียนรู้  และ การพึ่งพาตนเอง 

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเศรฐกิจชุมชน

   ชุมชน ประกอบด้วย   ครอบครัวหลายครอบครัวที่มาอยู่รวมในที่เดียวกัน และมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติ  ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ 
   เศรษฐกิจ  ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ  การผลิต  การบริโภค  และการกระจายผลผลิต  คือ  การซื้อขายแลกเปลี่ยนผลผลิต
   เศรษฐกิจชุมชน  จึงหมายถึง  การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ  ทั้งด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการ  ทั้งในด้านการผลิต  การบริโภค  และการกระจายผลผลิต  โดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจของชุมชนนั้น  คือ  ให้มีส่วนร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมรับผลประโยชน์   บนรากฐานความสามารถที่มีอยู่  จากการใช้   ทุนของชุมชน”  ซึ่งทุนของชุมชนทั้งที่เป็น  ทุนทางสังคม  เช่น วิถีการผลิต  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ศาสนสถาน  โรงเรียน  ที่ดิน  ทรัพยากร  การคมนาคมขนส่ง
   นั้นคือ  สมาชิกในชุมชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า  พวกเราจะผลิตอะไรได้บ้าง  ตามศักยภาพและทุนประเภทต่างๆ  ที่มีอยู่  เราจะผลิตกันอย่างไร  แล้วเราจะแบ่งปันผลประโยชน์จากการผลิตกันอย่างไร  คือชุมชน  คิดเอง  ทำเอง  แล้วก็ได้เอง
   ลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน คือ  ครอบครัวเป็นหน่วยการผลิต  แรงงานของสมาชิกในครอบครัวเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด  ความพอเพียง ความพึ่งตนเองที่เราพูดถึงขึ้นอยู่กับการใช้แรงงานเป็นอย่างมาก  พึ่งแรงงานในครอบครัว  พึ่งทรัพยากรท้องถิ่น  พึ่งตนเอง  และพึ่งกันเองในชุมชนก่อน  และหากจะขาย  ก็ขายในตลาดใกล้ตัว  ตลาดภูมิภาค  ตลาดภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชุมชนนั้น  ฝังตัวอยู่ในสังคมและวัฒนธรรม

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความแตกต่างของสิ่งแวดล้อม ระหว่างชุมชนเมืองกับชุมชนชนบท

สิ่งแวดล้อมในเมือง


ชุมชนเมืองมีประชากรหนาแน่นมากตามความเจริญของเมืองสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่นอากาศ น้ำ ดิน แสง เสียง สิ่งปฏิกูล เปลี่ยนแปลงไปขาดความสมดุลตามธรรมชาติเนื่องจากมนุษย์ได้สร้างตึก โรงงาน ถนน เครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องมือเครื่องใช้เพื่อประกอบการและอำนวยความสะดวกสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติถูกทำลายด้วยสิ่งที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นมาแทน สิ่งแวดล้อมในเมืองจึงเต็มไปด้วยตึก โรงงาน ที่ทำงานด้วยเครื่องจักรมีเสียงดังอึกทึกตลอดเวลา พ่นหมอกควัน อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นละออง กลิ่นเหม็นจากสารเคมี ท่อไอเสียจากรถยนต์และเครื่องยนต์สิ่งมีชีวิต พืช สัตว์ อันเป็นสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพถูกทำลายทำให้มนุษย์ต้องสูญเสียสิ่งที่ช่วยสร้างสุขภาพและอนามัยของชุมชนบางส่วนไปและเกิดโทษตามมาแทนการดำรงชีพของชุมชนในเมืองเปลี่ยนไปพึ่งอุตสาหกรรมเป็นหลักแทนการเกษตร สิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชนเมือง ต่างพึ่งตนเองต้องแข่งขันในทางเศรษฐกิจ ขาดความใกล้ชิดผูกพันกัน สิ่งแวดล้อมในเมืองกำลังจะเต็มไปด้วยสิ่งมีพิษและอันตรายต่อชีวิต

<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<

สิ่งแวดล้อมในชนบท


ชุมชนในชนบทนั้นแม้จะมีประชากรมากขึ้นแต่ยังมีความหนาแน่นน้อย สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น อากาศน้ำ ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ  แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ไม่มากเพราะสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ยังมีไม่มากและไม่เท่าในเมือง ความสมดุลตามธรรมชาติยังพอมีอยู่ พืช สัตว์ ต้นไม้ที่มีสภาพสีเขียวยังมีอยู่ แม้จะมีการสร้างถนน มีการใช้เครื่องยนต์สารเคมี สารฆ่าแมลง ปุ๋ย เพื่อการเกษตร อากาศมีความสกปรก ความเป็นพิษน้อยกว่าในเมือง สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ ยังเอื้ออำนวยต่อสุขภาพและอนามัยชุมชนสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม มีการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ แต่ความเชื่อทางวัฒณธรรม มีการเปลี่ยนแปลงไม่รุนแรงเหมืองชุมชนเมือง ความใกล้ชิดความผูกพันยังมีอยู่อย่างแน่นแฟ้น สิ่งแวดล้อมในชนบทธรรมชาติยังรักษาความสมดุลไว้ได้และยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและคนในชุมชน

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ในกรุงหรือบ้านนอก บอกหนูที...ใครดีกว่ากัน????

คุณคิดอย่างไรกับความแตกต่างระหว่างสังคมเมือง และ สังคมชนบท

ลักษณะทั่วไปของสังคมไทย

     เป็นสังคมที่บุคคลสามารถเลือกปฎิบัติในสิ่งที่ตนพอใจ ไม่ยึดถือว่าต้องปฎิบัติเป็นแบบเดียวกัน สังเกตได้จาก ค่านิยมของคนไทยหลายประการที่ขัดกันเองเช่น " ช้า ๆ ได้พร้าสองเล่มงาท" ในขณะเดียวกันก็มีค่านิยมว่า"น้ำขึ้นให้รีบตัก" หรือ "มือใครยาว สาวได้สาวเอา" เป็นการแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่ยึดมั่นในสิ่งใดหรือไม่จริงจังต่อสิ่งใด ขอให้สบายก็แล้วกัน บุคคลจะทำตามความพอใจมากกว่าสังคม มีการยืดหยุ่น ไม่มีกฎตายตัวแต่ก็ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง หรือถึงกับทำให้เดือดร้อนจนอยู่ในสังคมนี้ได้


สังคมไทย

     จัดเป็นรูปแบบสังคมเกษตรกรรม ประมาณ ร้อยละ 80 ของประชากรทั่วประเทศทำการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์ ระบบสังคมไทย   อาจแบ่งเป็น 2 ระบบคือ
       - สังคมชนบท
       - สังคมเมือง
    ทั้งสองระบบนี้เป็นตัวกำหนดบทบาทหน้าที่ และวิถีชีวิต ของคนในสังคม
ไทยซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงน้อยจะเปลี่ยนแปลงน้อยจะเปลี่ยนแปลงเฉพาะ ผู้อยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยของสังคมไทย เพราะประชากรส่วนใหญ่จะอยู่ในชนบททำการเกษตร ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีมีการศึกษาน้อย  ฐานะยากจน ไม่ค่อยยอมรับความคิดเห็นใหม่ ๆ ยึดถือเงินตรา เกียรติ อำนาจ มีโครงสร้างของชนชั้นยกย่องความเป็นเจ้าคนนายคน ยึดบุคคลเป็นหลัก ยกย่องผู้อาวุโส